เจาะประเด็น TOP 6 ประเดิมเกมแรกของรายการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

POSTED BY ballsuck 12/08/2019

เจาะประเด็น TOP 6 ประเดิมเกมแรกของรายการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

สำหรับคอบอลชาวอังกฤษก็คงจะได้เห็นบทบาทอะไรต่างๆที่เกี่ยวกับทีมรักของท่านหลังจากเวทีลูกหนัง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประเดิมเปิดสนามเกมแรกไปเป็นที่เรียบร้อย ประเด็นที่เกิดขึ้นในเกม EPL ที่ผ่านมา วันนี้ ตลาดบอล.com ก็จะมาสรุปกันแบบคร่าวๆว่ามีอะไรที่น่าสนใจในเกมแรกของรายการนี้กันบ้าง ทั้งฟอร์มการเล่นของเหล่าบรรดานักเตะค่าตัวแพง หรือ แทคติค ของกุนซือหน้าใหม่ที่เข้ามาคุมทีมใหญ่ในตาราง

แฟร้งค์ แลมพาร๋ด ตลาดบอล

ข้อมูลที่น่าสนใจขอยกไปที่ TOP 6 ของตาราง เริ่มต้นกันที่ ลิเวอร์พูล กันก่อนเป็นทีมแรกที่ได้ลงแข่งในรายซึ่งเปิดบ้านดวลกับทาง นอริช ซิตี้ ทีมน้องใหม่ที่พึ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาถือได้ว่ากองทัพของ เดอะ ค็อป ก็ไม่ทำให้แฟนบอลต้องผิดหวังหลังจากที่พังประตูชัยไปได้ถึง 4 ประตูต่อ 1 เกมในวันนั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งเกมที่ดวลกันมันส์จริงๆ ถึงแม้ว่าชื่อชั้นและประสบการณ์ของ นอริช เองจะยังไม่เทียบเท่ากับของ เจ้าบ้าน หงส์แดง แต่ก็ถือว่าสู้ได้มันส์สำหรับทีมน้องใหม่ที่พึ่งเลื่อนชั้นขึ้นมา จุดเด่นของเกมนี้ที่เห็นๆก็คือฟอร์มการเล่นของ ปราการหลังสุดแกร่งของ ลิเวอร์พูล นั่นก็คือ เวอร์จิล ฟานไดค์ ยังคงสามารถทำหน้าที่ได้ดีในแนวรับของทีมเหมือนเช่นเคยไม่ผิดหวังที่ทาง เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือใหญ่ของทีมตัดสินใจดึงเจ้าตัวเข้ามาด้วยราคาต่าตัวที่แพงสุดในบรรดากองหลังของซีตลาดหน้าร้อนในซีซั่นที่แล้ว ประเด็นถัดมาถือว่าเป็นข่าวร้ายของ หงส์แดง หลังจากที่ อลิสซอน เบคเกอร์ นายทวารจอบหนึบ ออกบอลหน้าประตูของตัวเองในนาทีที่ 39 จู่ๆเจ้าตัวก็มีอาการบาดเจ็บจนเล่นไม่ไหวสุดท้าย คล็อปป์ ก็ได้ตัดสินใจเปลี่ยนตัวเขาออกในทันทีซึ่งแฟนบอลคงต้องรอลุ้นข่าวดีกันต่อไปว่าในนัดถัดไปมือกาวจอบหนึบของทีมจะร่วมทัพลงเฝ้าเสาให้กับทีมได้หรือไม่  สรุปผลงานโดยรวมของ ลิเวอร์พูล ในเกมแรกถือว่าไม่น่าเป็นห่วงอะไรทั้งแนวรุกและรับถือว่าทำได้ดี สามผสานของทีมยังคงเป็นตัวป่วนกองหลังที่ดีของเหล่าบรรดาคู่แข่ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังคงลากบอลได้ลื่นไหลสร้างความประทับใจให้แฟนบอลได้ในเกมแรก ก็คงจะมีแค่ข่าวร้ายข่าวเดียวก็คืออาการบาดเจ็บของ เบคเกอร์

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค

ต่อมาก็จะว่าไปถึง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์เก่าสองสมัยซ้อนประเดิมเกมแรกด้วยการบุกไปเยือนสนาม ลอนดอน สเตเดี้ยม รังเหย้าของ ขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด สำหรับ เจ้าบ้าน คงต้องยอมรับกับสภาพของทีมในตอนนี้ที่ยังหาความลงตัวไม่ได้ทำให้ต้องพ่ายแพ้คาบ้านไปถึง 0-5 ภายในเกมก็เรียกได้ว่าเกมส่วนใหญ่จะเป็นของทางฝั่ง แมนฯ ซิตี้ สะมากกว่า แม้ว่ากุนซือหัวใสอย่าง โจเซป กวาร์ดิโอร่า จะไม่ได้ส่งผู้เล่นตัวหลักลงครบทีมโดยส่งกองหน้ามือสองอย่าง กาเบียล เจซุส ลงไปแต่เจ้าตัวก็สามารถล่าตาข่ายยิงประตูแรกขึ้นนำให้กับทีมได้สำเร็จ ประเด็นที่น่าสนใจในเกมนี้คือ ราฮีม สเตอร์ริ่ง ยิ่งเล่นยิ่งดีและในเกมนี้เจ้าตัวก็สามารถวัดแฮตทริกได้สำเร็จขึ้นนำเป็นดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีก อีกหนึ่งประการก็คือกรรมการไฮเทคอย่าง VAR ที่ถูกนำเข้ามาใช้เต็มรูปแบบในฤดูกาลนี้ก็ส่งผลให้เกมส์นี้ผลประโยชน์หรือจะเรียกว่าดวงก็ได้ที่หนุนให้ แมนฯซิตี้ มาได้ประตูอยู่หลายต่อหลายช็อต สรุปเลยแมตช์นี้ด้วยความเหนือชั้นกว่าแน่นอนว่า แมนฯซิตี้ ก็เป็นฝ่ายไล่บี้เก็บ 3 คะแนนแรกไปได้แบบสมศักดิ์ศรีของพวกเขาส่วนเรื่องของ ทีมเวิร์ค เรือใบสีฟ้า ยังคงทำได้ดีไม่ว่าจะเป็น ตัวจริง หรือ ตัวสำรอง ที่ถูกส่งลงมาก็สามารถเล่นกันได้อย่างเข้าขาและลงตัวถือว่า แมนฯ ซิตี้ ยังคงเป็นทีมที่น่ากลัวที่สุด ณ ตอนนี้บนเวที พรีเมียร์ลีก

แฮร์รี่ เคน สเปอร์ส

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ภายใต้กุนซือคนเดิมอย่าง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ก็พาลูกทีมเปิดสนาม สเปอร์ส สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ แอสตัน วิลล่า ผลปรากฎออกมาว่ากลายเป็น สเปอร์ส ที่ถูกทางฝั่งของทีมน้องใหม่ สิงห์ผยอง ซัดประตูขึ้นนำไปก่อน แต่หลังจากเกมฝืดไปสักพักกองทัพของ ไก่เดือยทอง ก็เริ่มที่จะกลับมาต่อบอลกันได้ดีจนสามารถตีเสมอได้สำเร็จ และดูเหมือนว่าเกมจะเงียบเกินไปในการมุ่งไปทำสกอร์ พระเอกคนเดิมของทีม แฮร์รี่ เคน กองหน้าเพรชฆาตชาวอังกฤษพา สเปอร์ส กลับมาพลิกแซงเอาชนะ แอสตัน วิลล่า ไปได้ก่อนช่วงหมดเวลาไม่นาน ทำให้เกมนี้เป็น ท็อตแน่ม ที่พลิกกลับมาเอาชนะไปได้สำเร็จ ประเด็นน่าสนใจในเกมนี้ก็คือในไม่กี่ปีที่ผ่านมาเหล่านักเตะของ สเปอร์ส ยังคงพิสูจณ์ตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าพวกเขาคู่ควรมากกว่าที่จะเป็น TOP 4 ความมุ่งมั่นของตัวนักเตะและโค้ชยังแสดงออกมาให้เห็นถึงสปิริตเหมือนเช่นเคยและความหวังของทีมอย่าง เคน ยังคงรักษามาตราฐานในการเป็นกองหน้าเจ้าของรางวัลรองเท้าทองคำของรายการ พรีเมียร์ลีก 3 สมัยซ้อน เหมือนเช่นเคย

ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง

อาร์เซน่อล การคุมทัพของ อูไน เอเมรี่ ในฤดูกาลที่สองของเขาที่เข้ามาทำงานในรั้วของ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ก็ยังถือว่าต้องยอมรับว่ามีพัฒนาการไปในทางที่ดีและดูเหมือนว่าตลาดหน้าร้อนในฤดูกาลนี้จะเป็น อาร์เซน่อล ที่ได้นักเตะมาเสริมทีมมากที่สุดของเหล่าบรรดา ท็อป 6 เกมแรกของ อูไน ที่ได้คุมทัพพาทีมลงสนามดวลศึก EPL ในฤดูกาล 2019-20 ก็ได้ขนลูกทีมไปเยือนยังสนาม เซนต์ เจมส์พาร์ค บ้านของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ผลสรุปหลังจบเกม อาร์เซน่อล สามารถบุกไปเก็บ 3 แต้มได้จากลูกประตูชัยเพียงลูกเดียวของ ปิแอร์ เอเมอร์ริค โอบาเมย็องต์ ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ อาร์เซน่อล ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบอลเท้าต่อเท้าที่มีสไตล์การเล่นที่สวยงามดูเหมือนว่าจะขาดหายลงไปหลังจากเกมในวันนั้นขาดตัวเชื่อเกมที่สำคัญอย่าง เมซุต โอซิล ที่ติดปัญหาในเรื่องของคดีความและไม่ได้มาร่วมลงสนามรวมไปถึงไม่มีรายชื่อแม้แต่จะเป็นตัวสำรอง จึงทำให้รูปเกมดูไม่ค่อยหวือหวาเท่าไหร่และที่สำคัญ อูไน เอเมรี่ ก็ไม่ได้กองหน้าจอมเก๋าอย่าง อเล็กซ์ซองเดร์ ลากาแซต ลงสนามเนื่องจากว่าเจ้าตัวยังมีปัญหาเรื่องของความฟิต ประเด็นสุดท้ายแฟนบอลของ เดอะกันเนอร์ส ก็ได้เห็นฟอร์มของนักเตะหน้าใหม่ที่ดึงตัวเข้ามาได้ลงสนามเกือบจะครบทุกคน ขาดแค่เพียง ดาวิดซ์ หลุยซ์ และ คีแรน เทียร์นี่ ที่ไม่ได้ลง

แฮร์รี่ แม็คไกว์

2 ทีมสุดท้ายที่เป็นบิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ก็คือคู่ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เจอกับ เชลซี ในเกมนี้แฟนบอลของ สิงห์บลู โดนทำร้ายจิตใจด้วยการพ่ายแพ้ให้แก่ ปีศาจแดง ไปอย่างย่อยยั้บถึง 4 ประตูต่อ 0 ประเด็นสำคัญๆเลยก็คือ แมนฯยู ภายใต้การคุมทีมของ โอเล่ กุนเนอร์ โซลชาร์ แตกต่างจากฤดูกาลที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิงมีการปรับแต่งเกมรุกที่มากขึ้นพยายามให้แบ็คทั้งสองฝั่งมีบทบาทร่วมกับทีมในการเติมเกมรุก ไม่เหมือนกับการฟอร์มทีมในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ และที่สำคัญการได้กองหลังตัวใหม่อย่าง แฮร์รี่ แม็คไกว์ เข้ามาเสริมแนวรับทำให้จังหว่ะของคู่แข่งที่จะขึ้นมาลุ้นทำประตูดูจะยากมากขึ้นกว่าเดิมทั้งการตัดบอลการเข้าสกัด แม็คไกว์ ถือว่าทำได้ดีสมกับที่เป็นกองหลังที่แพงที่สุดของโลกในตอนนี้ การตัด โรเมรู ลูกากู ออกไปทำให้การตัดสินใจของ โซลชาร์ ชัดเจนขึ้นมามากขึ้นว่าจะใช้กองหน้าตัวเป้าเป็น มาร์กซิยาล ที่มักจะลงมาสร้างผลงานพลิกเกมให้กลับทีมได้ในหลายๆครั้งคงมาจากความมุ่งมั่นของนักเตะรายนี้ที่ต้องการจะพิสูจณ์ตัวเองให้กับทีมได้เห็นว่าเขาเหมาะที่จะได้ลงเป็นตัวจริง ส่วนทางฝั่งของ เชลซี ดูจะดีในเรื่องของเกมรุกแต่ว่าเกมส์รุกในจังหว่ะสุดท้ายก็ยังจบสกอร์ไม่ค่อยได้เหมือนว่าจะขาดหายความแม่นยำลงไปอย่างชัดเจนและการที่ไม่มี เอเด็น อาซาร์ เริ่มส่งผลออกมาให้เห็นได้มากขึ้นการเชื่อมเกมรุกดูขาดความแม่นยำและไม่สามารถสร้างความกดดันให้กับกองหลังของคู่ปรับได้ในจุดนี้ ถือว่า เชลซี หายไปในเกมนี้เลย ส่วนกองหลังการที่ไม่ใช้นักเตะมากประสบการณ์อย่าง ดาวิด หลุยซ์ ก็ส่งผลให้เห็นแล้วว่า เชลซี ตัดสินใจพลาดไปที่ขายกองหลังรายนี้ไปให้กับ ปืนใหญ่ ส่วน แฟร็งค์ แลมพาร์ด ยอมรับว่าการเข้ามาของเขาทำให้นักเตะหลายๆคนพยายามที่จะพิสูจณ์ตัวเองแต่อย่างไรก็ตามปัญหาของ แลมพาร์ด ในตอนนี้ก็คือการโฟกัสไปที่การรวมทีมเวิร์คของทีมให้ได้หลังจากที่พวกเขาต้องเสีย เดอะแบก อย่าง อาซาร์ ไปให้กับ เรอัล มาดริด สรุปแล้ว เชลซี เป็นท็อป 6 ที่มีจุดบกพร่องมากที่สุดอาจคงต้องใช้เวลาสักพักเพื่อปรับตัว ส่วนทีมอื่นๆยังไม่มีปัญหาน่าหนักใจเท่าไหร่แต่ถึงอย่างไรก็ต้องบอกว่าต้องลุ้นกันต่อไปในอีก 37 แมตช์ที่เหลือ